แชร์

อ่านหนังสือกับลูกทุกวันดีอย่างไร? ปลูกนิสัยรักการอ่าน สร้างอนาคตที่มั่นคงให้ลูก

อัพเดทล่าสุด: 21 มิ.ย. 2025
437 ผู้เข้าชม

อ่านหนังสือกับลูกทุกวันดีอย่างไร? ปลูกนิสัยรักการอ่าน สร้างอนาคตที่มั่นคงให้ลูก

 

 

ในยุคที่เทคโนโลยีและหน้าจอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การปลูกฝัง นิสัยรักการอ่าน ให้กับลูกอาจดูเหมือนเป็นภารกิจที่ท้าทาย แต่รู้หรือไม่ว่า เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่สละเวลา อ่านหนังสือกับลูก วันละไม่กี่นาที ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งต่อพัฒนาการของเด็กได้ในระยะยาว ไม่ใช่แค่เรื่องภาษา แต่การอ่านหนังสือกับลูกส่งผลถึง ความสัมพันธ์ในครอบครัว สติปัญญา ความมั่นใจ และแม้แต่ความสุขในชีวิตของลูก ได้อย่างน่าอัศจรรย์ บทความนี้จะพาคุณมาค้นพบว่า การอ่านหนังสือกับลูกทุกวันมีประโยชน์อย่างไร พร้อมคำแนะนำในการสร้างกิจวัตรนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครอบครัว

 

อ่านหนังสือกับลูกทุกวันดีอย่างไร?

เสริมพัฒนาการทางภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ การได้ฟังพ่อแม่อ่านหนังสือเป็นประจำ ทำให้เด็กคุ้นชินกับคำศัพท์ การออกเสียง และจังหวะของประโยคในภาษาแม่ ส่งผลให้เด็กเรียนรู้การพูด การเขียน และการสื่อสารได้เร็วและมีคุณภาพ

กระตุ้นพัฒนาการทางสมองและจินตนาการ หนังสือคือโลกที่ไร้ขีดจำกัด การฟังเรื่องราวจากพ่อแม่จะช่วยกระตุ้น การคิดเชิงเหตุผล ความจำ และจินตนาการ ของเด็ก โดยเฉพาะในวัย 0-6 ปี ซึ่งเป็นช่วงทองของพัฒนาการสมอง

ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อลูกผูกพันกับกิจกรรมการอ่านตั้งแต่เล็ก เขาจะมองว่าการอ่านเป็นเรื่องสนุก และค่อย ๆ พัฒนาเป็นนิสัยรักการอ่าน ซึ่งมีผลต่อ ความสำเร็จในการเรียน และความมั่นคงทางอารมณ์ ในอนาคต

ส่งเสริม EQ และความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น หนังสือนิทานและวรรณกรรมสำหรับเด็กมักสอดแทรกบทเรียนเรื่อง ความรู้สึก และ มุมมองของผู้อื่น เด็กที่ฟังเรื่องราวเหล่านี้จะสามารถเรียนรู้ การจัดการอารมณ์ ความเห็นใจ และทักษะทางสังคม ได้ดียิ่งขึ้น

 

 

การอ่านหนังสือร่วมกันสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัว

‍‍‍เติมเต็มความอบอุ่นให้ชีวิตลูก กิจกรรมอ่านหนังสือกับลูกเปรียบเสมือน ช่วงเวลาคุณภาพ ที่พ่อแม่มอบให้ลูก เป็นช่วงที่ไม่มีมือถือ ไม่มีสิ่งรบกวน ทำให้ลูก รู้สึกเป็นที่รักและได้รับความสนใจอย่างแท้จริง

สร้างความผูกพันและความไว้ใจ การอ่านนิทานหรือหนังสือร่วมกันช่วยให้พ่อแม่เข้าใจความคิดและความรู้สึกของลูกมากขึ้น และยังเป็นเวทีให้เด็ก กล้าพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ที่อาจไม่กล้าบอกในเวลาปกติ

สร้างกิจวัตรก่อนนอนที่สงบและมั่นคง การอ่านหนังสือก่อนนอนช่วยให้เด็ก ผ่อนคลาย ลดความเครียด และนอนหลับได้ดีขึ้น พร้อมปิดท้ายวันด้วยความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น

 

อายุเท่าไรควรเริ่มอ่านหนังสือกับลูก?

คำตอบคือ ตั้งแต่วันแรกที่ลูกลืมตาดูโลก แม้ทารกยังไม่เข้าใจภาษา แต่การได้ยินเสียงของพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็กจะช่วยสร้าง สายสัมพันธ์ทางอารมณ์ และพัฒนาการฟังอย่างลึกซึ้ง

วัยแรกเกิด1 ปี: เลือกหนังสือผ้า หนังสือภาพ เสียงชัด สีสันสดใส
วัยเตาะแตะ: เน้นหนังสือเรื่องสั้น มีจังหวะ หรือสัมผัส
วัยอนุบาล: หนังสือเนื้อเรื่องสนุก เสริมทักษะจำแนกอารมณ์
วัยประถมต้น: เริ่มอ่านหนังสือร่วมกัน สลับกันอ่านหรือถามคำถามระหว่างเรื่อง
วัยประถมปลาย: เปิดพื้นที่ให้ลูกเลือกหนังสือเอง และสื่อสารความรู้สึกต่อเนื้อหา

 

 

เทคนิคอ่านหนังสือกับลูกให้สนุกและมีคุณค่า

เลือกหนังสือให้เหมาะกับวัย เนื้อหาที่เหมาะสมจะช่วยให้เด็กสนใจและไม่รู้สึกเบื่อ เช่น ใช้หนังสือที่ลูกเลือกเอง หรือมีภาพประกอบสวยงาม

ใช้น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง การอ่านด้วยน้ำเสียงที่หลากหลาย การเลียนเสียงตัวละคร หรือทำเสียงตลก ๆ จะทำให้ลูกหัวเราะและตั้งใจฟังมากยิ่งขึ้น

ถามคำถามระหว่างอ่าน ตั้งคำถามเช่น หนูคิดว่าเจ้าหญิงควรทำยังไงดี? ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และจินตนาการ

️กำหนดเวลาอ่านอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเพียงวันละ 10-15 นาที แต่หากทำทุกวันจะกลายเป็นกิจวัตรที่ลูกคาดหวังและตั้งตารอ

 

ผลระยะยาวของการอ่านหนังสือกับลูก

ผลทางการศึกษา เด็กที่อ่านหนังสือกับพ่อแม่ตั้งแต่เล็ก มีแนวโน้ม อ่านออก เขียนได้เร็ว และมีผลการเรียนที่ดีกว่าเด็กทั่วไป

พัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา เรื่องราวในหนังสือช่วยให้เด็กเรียนรู้การเชื่อมโยงเหตุผล และ พัฒนาความสามารถในการคิดเชิงระบบ

ส่งเสริมสมาธิและความอดทน การอ่านต้องใช้สมาธิและการตั้งใจฟัง เด็กที่ฝึกอ่านทุกวันจะมี สมาธิยาวขึ้น มีวินัย และสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น

 

 

คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เริ่มต้น

 - เริ่มจากหนังสือสั้น ๆ ที่จบใน 12 หน้า
 - อ่านช่วงที่ลูกอารมณ์ดี เช่น หลังอาหารหรือก่อนนอน
 - หากลูกไม่สนใจ อย่าฝืน ให้เปลี่ยนแนวทาง เช่น ใช้หนังสือที่มีเสียง
 - อย่าคาดหวังให้ลูกอยู่กับหนังสือนานในช่วงแรก ให้ค่อยเป็นค่อยไป
 - ชมเชยเมื่อลูกตั้งใจฟังหรือแสดงความสนใจในเนื้อหา

 

การอ่านหนังสือกับลูกไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดเรื่องราวจากหน้าหนังสือเท่านั้น แต่เป็นการ ปลูกฝังคุณค่าที่ลึกซึ้งในใจเด็ก ไม่ว่าจะเป็นความอบอุ่น ความมั่นใจในตนเอง ความรักการเรียนรู้ และความเข้าใจในโลก หากคุณกำลังมองหาวิธีพัฒนาลูกให้ ฉลาด อบอุ่น และพร้อมรับอนาคต ไม่ต้องหาสิ่งพิเศษใด ๆ แค่เปิดหนังสือหนึ่งเล่ม แล้วเริ่มต้นอ่านให้ลูกฟังในวันนี้

" เพราะการอ่านวันละเล็กน้อย อาจสร้าง ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ให้ลูกได้ในวันข้างหน้า "

 

 

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ความหนักที่พ่อแม่มองไม่เห็น อาการปวดหลังในเด็กที่ไม่ควรมองข้าม
อาการปวดหลังไม่ใช่ปัญหาของผู้ใหญ่เท่านั้น ปัจจุบันเด็กวัยเรียนจำนวนมากเริ่มมีอาการเร็วขึ้นอย่างชัดเจน โดยสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ทั้งการแบกของหนัก การนั่งนาน และการใช้หน้าจอเป็นเวลานาน หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข อาจส่งผลต่อโครงสร้างร่างกายในระยะยาวได้
20 ก.พ. 2026
กู้คืนบุคลิกภาพ! วิธีเลือกกระเป๋าล้อลากให้ตอบโจทย์
เพราะช่วงวัยเรียนคือช่วงที่กระดูกสันหลังกำลังเติบโต การสะพายเป้ที่หนักเกินไปทุกวัน อาจนำไปสู่ปัญหาหลังค่อม ไหล่เอียง และอาการปวดคอบ่าไหล่เรื้อรัง มาคืนบุคลิกภาพที่ดีและความมั่นใจให้เด็กๆ ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ "กระเป๋าล้อลาก" ที่ออกแบบมาเพื่อสรีระศาสตร์โดยเฉพาะ
21 ม.ค. 2026
วันเด็กแห่งชาติ รอยยิ้ม ความหวัง และอนาคตของสังคมไทย
วันเด็กแห่งชาติ เป็นวันที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของ “เด็ก” ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศ วันเด็กในประเทศไทยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้รับความสุข ความสนุกสนาน พร้อมปลูกฝังแนวคิดที่ดีต่อการใช้ชีวิตและการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต
10 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy